วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลล่าสุด


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลล่าสุด บุกไปเก็บชัยชนะในถิ่นลอนดอน สเตเดียม ของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปได้ท่วมท้น 4-1 ทุบสถิติยิงเกิน 100 ประตูในซีซั่นเดียวของพรีเมียร์ลีก พร้อมใกล้เทียบสถิติทำประตูสูงสุดของเชลซี เหลือเพียงอีก 1 ประตูเท่านั้น เริ่มเกมซิตี้ในชุดสีฟ้า วันนี้ไม่มีชื่อของดาวิด ซิลบา ผู้ทำประตูใส่เวสต์แฮมในเลกแรก เริ่มมาเป็นซิตี้ได้ทักทายก่อน นาทีที่ 8 สเตอร์ลิ่ง จ่ายออกข้างให้วอลค์เกอร์ เปิดยัดเข้ามาตรงกลางและเป็นกุนโดกัน สกิดบอลโดนไม่เต็มเฉียดหน้าปากประตูออกไป จากนั้นไม่นานเพียง 4 นาทีให้หลัง เรือใบสีฟ้าก็มาออกนำ จากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จ่ายต่อให้ซาเน่ที่โยกมาอยู่ด้านขวา จี้บอลเข้ามา ก่อนตัดสินใจซัดด้วยซ้าย บอลไปสกิดเอฟร่าเล็กน้อย เปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ซิตี้บุกมาได้ประตูขึ้นนำเร็ว 1-0 ในนาทีที่ 12 แต่ถัดมาเจ้าถิ่นเวสต์แฮมไม่ยอม นาทีที่ 15 ซิตี้เกือบเสียประตู เจ้าถิ่นทำเกมขึ้นมา แลนซินี่ ทิ่มบอลทะลุช่องต่อให้เครสเวลล์ พุ่งมาชาร์จจ่อๆ แต่เอแดร์สัน พุ่งตัวปัดออกไปได้ ผ่านมาเป็นเกมของซิตี้ที่ครองเกมบุกมากกว่า นาทีที่ 26 ซิตี้มาได้ลูกที่ 2 จากจังหวะหลุดขึ้นมาของสเตอร์ลิ่ง อาเดรียน ออกมาตัดบอลพลาด สเตอร์ลิ่งจ่ายต่อให้เดอบรอยน์ทางขวา เปิดยัดเข้ามากลางหน้าปากประตู และเป็น เดแคลน ไรส์ ที่มาโดนบอลจังหวะสุดท้าย เข้าประตูตัวเองไปให้ซิตี้นำห่าง 2-0 ถือเป็นประตูที่ 100 ที่ทำได้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แถมทัพเรือใบสีฟ้า ยังเป็นทีมที่ทำประตูครบ 100 ประตูเร็วที่สุดอีกด้วย ซิตี้คุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด ขณะที่เจ้าถิ่นก็ดิ้นรนทวงประตูคืน ก่อนจะมาทำสำเร็จในช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 41 ซิตี้เสียฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น อารอน เครสเวลล์ ปั่นฟรีคิกสุดสวยผ่านมือเอแดร์สันเข้าประตูไป ตีไข่แตกไล่ตามมาเป็น 1-2 ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกที่ลอนดอน สเตเดียม ไปด้วยความดุเดือด ซิตี้บุกมานำอยู่ด้วยสกอร์ 2-1 โดยมีเปอร์เซนต์ครองบอลมากกว่า 71.4 % โอกาสทำประตูทั้งหมด 8 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง และเป็นประตู 2 ครั้ง เริ่มครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเหมือนจะกระเตื้องขึ้นมาในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ก็ไม่เป็นผล นาทีที่ 52 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง โยกหลอกทางกราบขวา ก่อนไหลเข้าไปตรงกลางให้กับ กาเบรียล เฆซุส แตะหลบซาบาเลต้า หนึ่งจังหวะ ก่อนจะหลุดเข้าไปยิงในกรอบ 6 หลาไม่พลาด ซิตี้นำห่างอีกครั้ง 3-1 นาทีที่ 57 ซิตี้ เกือบได้ลูกจุดโทษ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กระชากบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนโดนเครสเวลล์ เสียบล้มลงไป แต่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกแฮนด์บอลในจังหวะที่เจ้าตัว ก้มลงเอาบอลขึ้นมาท้วงผู้ตัดสิน สถานการณ์ยังคงเป็นเกมของซิตี้ทั้งหมด นาทีที่ 63 แฟร์นันดิญโญ่ จ่ายบอลออกข้างให้กับสเตอร์ลิ่งทางขวา ก่อนจะพาบอลจี้ขึ้นมาและตบกลับให้แฟร์นันดิญโญ่อีกครั้งที่หน้ากรอบเขตโทษ และตวัดด้วยขวาเต็มๆ บอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม ซิตี้บวกเพิ่มเป็น 4-1 ช่วงท้ายเกมยังเป็นของทีมเยือนซิตี้ นาทีที่ 81 ตูเร่ ผ่านบอลมาให้กับสเตอร์ลิ่ง ได้จี้เข้ามาจากทางซ้าย ก่อนปั่นด้วยขวา บอลโค้งเฉียดเสาสองออกไป จบ 90 นาที เป็นแมนฯซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลล่าสุด ที่บุกมาเก็บชัยชนะในถิ่นลอนดอน สเตเดียม ของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปได้ท่วมท้น 4-1 ทุบสถิติยิงเกิน 100 ประตูในได้เร็วที่สุดในรอบ 86 ปี ของพรีเมียร์ลีก พร้อมใกล้เทียบสถิติทำประตูสูงสุดของเชลซี เหลือเพียงอีก 1 ประตูเท่านั้น

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561

คลิปไฮไลท์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ลิเวอร์พูล 5-2 โรม่า Liverpool 5-2 Roma

คลิปไฮไลท์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ลิเวอร์พูล 5-2 โรม่า Liverpool 5-2 Roma


คลิปไฮไลท์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ลิเวอร์พูล 5-2 โรม่า Liverpool 5-2 Roma

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก สนาม แอนฟิลด์ อังคารที่ 24 เมษายน 2561
กรรมการ เฟดริช บรีช
ลิเวอร์พูล 5-2 อาแอส โรม่า
1-0 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 36′
2-0 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 45′
3-0 ซาดิโอ มาเน่ 56′
4-0 โรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่ 61′
5-0 โรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่ 69′
5-1 เอดิน เชโก 81′
5-2 ดีเอโก้ เปร็อตติ 85′ (Pen.)
 ไฮไลท์ฟุตบอล## สามารถดูได้บน Smart Phone:

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561

โหมโรง !! 5 เรื่องน่ารู้ก่อนลิเวอร์พูลเปิดรังรับโรม่า


ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับ การแข่งขันที่หลายคนตั้งตารอ กับการแข่งขัน ชปล. รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ "หมาป่ากรุงโรม" โรม่า วันนี้เรารวบรวม 5 เรื่องน่าสนใจก่อนเกมมาให้ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย !!
1. หงส์แดงเหนือกว่าในถ้วยยุโรป จากสถิติในการเจอกันในถ้วยยุโรปของทั้ง 2 ทีม ลิเวอร์พูลมีผลงานที่ดีกว่าอย่างชัดเจน โดยทั้งคู่ พบกันมา 5 ครั้ง และเป็น "หงส์แดง" ที่ชนะได้ถึง 3 ครั้ง เสมอ 1(คือเสมอกัน 1-1 ก่อนลิเวอร์พูลจะชนะจุดโทษคว้าแชมป์ในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ 1984 ) และแพ้เพียงนัดเดียวเท่านั้น - 30 พ.ค. 1984 - โรม่า 1 - 1 ลิเวอร์พูล (ยูโรเปี้ยน คัพ) - ลิเวอร์พูล ชนะจุดโทษ 4-2 - 15 ก.พ. 2001 - โรม่า 0 - 2 ลิเวอร์พูล (ยูฟ่า คัพ) - 22 ก.พ. 2001 - ลิเวอร์พูล 0 - 1 โรม่า (ยูฟ่า คัพ) - 5 ธ.ค. 2001 - โรม่า 0 - 0 ลิเวอร์พูล (ชปล.) - 19 พ.ค. 2002 - ลิเวอร์พูล 2 -0 โรม่า (ชปล.)
 2. เต็ง 2 เจอ เต็ง 4 หลังจากผลจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลถูกดันขึ้นมาเป็นเต็ง 2 ของรายการนี้ทันทีต่อจากเรอัล มาดริด โดยมีบาเยิร์น มิวนิค เป็นเต็ง 3 ตามด้วยเต็ง 4 ของรายการอย่างโรม่า ซึ่งการเจอกันของหงส์แดงและหมาป่า เป็นการพบกันของเต็ง 2 และเต็ง 4 ซึ่งถ้าดูจากทีม และทรรศนะต่างๆจากสื่อหลายๆสำนัก รวมถึงอัตราต่อรองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของบริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของอังกฤษก็จะเห็นได้ว่าลิเวอร์พูลเป็นต่ออยู่พอสมควร แต่ลูกฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ หมาป่าจากกรุงโรมจะดุพอกำราบหงส์หรือไม่ ต้องรอดูกัน !!
 3. ซาลาห์กับการเจอทีมเก่า เพิ่งคว้ารางวัล แข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอ มาหมาดๆสำหรับดาวเตะชาวอียิปต์ที่ผลงานโดดเด่นเหลือเกินนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล โดยฤดูกาลนี้ถล่มประตูไปแล้วถึง 41 ประตูในทุกรายการ (31 ประตูในพรีเมียร์ลีก,9 ประตูในชปล.,1ประตูในเอฟเอคัพ) ซึ่งจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขาสามารถช่วยทีมได้เป็นอย่างดีและเป็นกำลังสำคัญที่พาทีมทะลุเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศได้ แต่การที่ซาลาห์ต้องมาเจอกับทีมเก่าของเขาอย่างโรม่าที่ค่อนข้างจะรู้จักเจ้าตัวเป็นอย่างดี อีกทั้งผู้เล่นชุดปัจจุบันหลายๆคนของโรม่า ก็คุ้นเคยกับซาลาห์เป็นอย่างดี ดังนั้นการที่มาเจอกับทีมที่รู้จุดอ่อน จุดแข็งของเขา ทำให้เจ้าตัวคงต้องทำงานหนักกว่าเดิม ต้องมาดูกันว่า ซาลาห์จะเอาตัวรอดอย่างไร เพราะหากเขาเล่นไม่ออกละก็ ลิเวอร์พูลคงเจองานหนักอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม แม้โรม่าจะคุ้นเคยกับซาลาห์เป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่า ซาลาห์คนที่เคยอยู่โรม่า หากเทียบกับตอนนี้ พัฒนาฝีเท้ามามากแล้วเหมือนกัน !!
4. หงส์แข็งแกร่งจริงแต่อย่าประมาทหมาป่าเด็ดขาด ต้องยอมรับว่าผลงานของลิเวอร์พูลใน ชปล. ฤดูกาลนี้ ยอดเยี่ยมสุดๆ หลังยังไม่แพ้ใครเลยในรายการนี้ แถมยังยิงประตูได้อย่างถล่มทลาย และรอบก่อนรองชนะเลิศก็เอาชนะยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งไปและกลับ ได้ด้วยสกอร์รวมถึง 5-1 อย่างไรก็ตาม หมาป่ากรุงโรม ถึงจะดูไม่น่ากลัวเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ แต่พวกเขาก็เอาชนะทีมใหญ่ได้มาตลอดทาง ตั้งแต่ในรอบแบ่งกลุ่มที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับแอตเลติโก้ มาดริด และเชลซี ซึ่งหลายๆคนคงมองว่าโรม่าน่าจะตกแน่ๆ แต่กลายเป็นว่า พวกเขาเข้ารอบมาด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม แถมที่พลิกล็อคสุดๆ คือรอบก่อนรองชนะเลิศที่พวกเขาน็อคบาร์เซโลน่า เต็งหนึ่งของรายการ ตกรอบไปอย่างเหลือเชื่อ ดังนั้น โรม่าจึงเป็นทีมที่หงส์แดงจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
 5. เช็คความพร้อมล่าสุด ลิเวอร์พูล : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน พ้นโทษแบนพร้อมประจำการแล้ว สำหรับที่บาดเจ็บมี เนธาเนียล ไคลน์, เอ็มเร่ ชาน, อดัม ลัลลาน่า และ โฌแอล มาติป ต้องพักรักษาตัวกันต่อไป ในส่วนของสามประสานแดนหน้า อย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ พร้อมลงล่าตาข่าย โรม่า : อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ รอประเมินความฟิตต่อไปหลังไม่มีส่วนร่วมเมื่อสุดสัปดาห์ แต่กลับมาซ้อม น่าจะได้ลุยตั้งแต่ต้นเกม ในส่วนของ ริค คาร์สดอร์ป พักรักษาตัวต่อไปเหมือนเดิม แนวรุกอย่าง เจงกิซ อุนไดร์ กับ ดีเอโก้ เปร็อตติ และหน้าเป้า เอดิน เชโก้พร้อมประจำการ


👇-----------------------------------------👇
⚽บอลเดี่ยว บอลสเต็ป ครบทุกลีก⚽
💵แทงขั้นต่ำเพียง 10 บาท💵
⬇สนใจสมัครสมาชิก⬇
📲ไลน์ไอดี @sbb898
📞โทร 093-293-1680
>> ขอแนะนำเว็บมาตรฐาน<<
🌟🌟SBOBET898🌟🌟
คลิ๊ก >> https://goo.gl/vo5x2e
➡️ บาส หวย มวย บอล ครบจบที่นี้ ที่เดียว
➡️ ราคาดีกว่าโต๊ะ
➡️ สมัครใหม่รับทันทีสูงสุด 20%
➡️ ฝากไม่มีขั้นต่ำ แทงขั้นต่ำแค่ 10 บาท 
➡️ รับค่าคอมมิสชั่น 2เท่า ทุกสัปดาห์
📌 LINE ID : @sbb898
📌โทร 093-293-1680

ประทับใจ!แฟนยูเวนตุส-นาโปลีกอดชื่นมื่นก่อนเริ่มเกม


สาวก ยูเวนตุส กับ นาโปลี สร้างภาพสุดน่าประทับใจหลังจากวิ่งเข้ากอดกันก่อนเกมที่ทั้งสองทีมจะดวลกัน จนแทบจะลบล้างความคิดที่ว่าพวกเขาชอบก่อเหตุรุนแรงไปทันที ยูเวนตุส กับ นาโปลี ต่างก็เป็น 2 ทีมที่แฟนบอลมีอารมณ์ร่วมกับเกมการแข่งขันมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในอิตาลีอยู่แล้ว และหลายคนเชื่อว่าตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาสาวกของทั้งคู่น่าจะเกลียดชังกันสุดๆ หลังจากที่ทีมรักของพวกเขาต่างก็กำลังเบียดแย่งแชมป์กัน ทั้งนี้ ก่อนเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามันก็ทำท่าว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นแล้ว หลังจากสาวกกลุ่มหนึ่งของทั้งคู่มาเจอกันในตรอกแคบๆ โดยพอเห็นหน้าแฟนบอลของทีมคู่แข่งแล้วนั้น ต่างฝ่ายต่างก็หยุดอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะวิ่งเข้าหากันราวกับว่าจะพุ่งเข้าไปเล่นงานอีกฝ่าย ส่วนคนทั่วไปที่อยู่แถวนั้นต่างก็หวาดกลัวว่าจะเกิดความรุนแรงจนรีบหาที่หลบด้วย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาแฟนบอล อิตาลี ก็มีการทะเลาะวิวาทกันอย่างหนักอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเหมือนที่หลายคนคิด เพราะพอเข้าถึงตัวอีกฝ่ายแล้วนั้น แฟนบอลของทั้ง ยูเวนตุส กับ นาโปลี ต่างก็กอดกันเหมือนเป็นเพื่อนซี้ แถมยังร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน และโบกธงกันไปมาอย่างร่าเริงด้วย


                                              ⬇-----------------------------------------------------⬇             
⚽บอลเดี่ยว บอลสเต็ป ครบทุกลีก⚽
💵แทงขั้นต่ำเพียง 10 บาท💵
⬇สนใจสมัครสมาชิก⬇
📲ไลน์ไอดี @sbb898
📞โทร 093-293-1680
>> ขอแนะนำเว็บมาตรฐาน<<
🌟🌟SBOBET898🌟🌟
คลิ๊ก >> https://goo.gl/vo5x2e
➡️ บาส หวย มวย บอล ครบจบที่นี้ ที่เดียว
➡️ ราคาดีกว่าโต๊ะ
➡️ สมัครใหม่รับทันทีสูงสุด 20%
➡️ ฝากไม่มีขั้นต่ำ แทงขั้นต่ำแค่ 10 บาท 
➡️ รับค่าคอมมิสชั่น 2เท่า ทุกสัปดาห์
📌 LINE ID : @sbb898
📌โทร 093-293-1680

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561

เอร์เรร่าของเค้าดีจริง !!! ตัดเกรดแข้ง "แมนยู-สเปอร์ส" นัดผีงาบไก่เข้าชิงชนะเลิศ

เป็นเกมที่กดดันของทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมาก สเปอร์สได้ประตูนำเร็วแถมกดดันใส่ในช่วงต้นเกมอย่างหนัก แต่ผีแดงมาตามตีเสมอได้ ก่อนที่ครึ่งหลังทั้งสองฝ่ายจะเล่นด้วยความอึดอัด แต่สุดท้ายเป็นอันเดร เอร์เรร่า ที่มาปลดล็อคประตูให้ฝั่งผีแดง ทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ พร้อมล่าแชมป์สมัยที่ 13 ของสโมสร มาดูคะแนนนักเตะของทั้งสองทีมในนัดนี้กันเลย

แมนฯยูไนเต็ด
ดาบิด เด เคอา 6 ลูกที่เสียประตูหมดสิทธิ์รับ แต่ตลอดทั้งเกมแทบจะไม่มีจังหวะเซฟยากๆเท่าไหร่ แถมยังมีเสาเซฟให้อีก

อันโตนิโอ วาเลนเซีย 6 ช่วงแรกดูเหมือนจะมีปัญหาในการวิ่งตาม ซน ฮึง-มิน แต่พอเข้าที่เข้าทางก็สามารถประกบให้ ซน เล่นไม่ออกจนโดนเปลี่ยนตัวออก แต่เกือบโดนใบแดง

คริส สมอลลิ่ง 7.5 ช่วงต้นเกมโดนอัลลี่ ตัดหน้าเข้าไปยิง และหลังจากนั้นก็ไม่มีพลาดสักครั้ง เคลียร์บอลในเขตโทษได้ตลอด

 ฟิล โจนส์ 8 ช่วงต้นเกมอาจจะมีตื่นๆไปบ้าง แต่ทั้งเกมยืนแนวรับได้แข็งแกร่งสุดๆ บอลเปิดเข้ามาแทบจะเคลียร์ได้หมดทุกทาง 

แอชลี่ย์ ยัง 6 เป็นคำถามว่า การดันขึ้นไปบีบพื้นที่ด้านบนของเขาทำให้หลุดตำแหน่งจนทีมเสียประตู ใช่หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามครึ่งหลังเล่นเกมรับได้แบบเหนียวแน่น 

อันเดร เอร์เรร่า 9.5** ยืนต่ำคอยตัดบอลแดนกลาง ปัดกวาดแนวรุกของสเปอร์สได้ดี วิ่งกดดันใส่คู่แข่งตลอด แถมวิ่งมาซัดประตูชัยได้อีก วันที่เพอร์เฟคของเขา

 เนมานย่า มาติช 6 ดูเหมือนบางครั้งจะเก็บบอลกับตัวนานไปหน่อย ทำให้แนวรุกสเปอร์ส วิ่งเข้ามาบีบจนต้องส่งคืนหลัง แต่ในรายละเอียดเกมรับทำได้ดี 

ปอล ป็อกบา 8 การเปิดบอลที่แม่นยำของเขาทำให้ซานเชซโหม่งทำประตูสุดสวย การออกบอลยาวของเขาคืออาวุธเด็ดในวันนี้ พาบอลขึ้นไปข้างหน้าได้ดี 

เจสซี่ ลินการ์ด 6.5 ครึ่งแรกแทบจะถูกลักพาตัว แต่ครึ่งหลังกลับมาดูมีส่วนกับเกมมากขึ้น เรียกฟาวล์ได้หลายครั้ง 

โรเมลู ลูกากู 7 เป็นเป้าให้เพื่อนเปิดบอล เก็บบอลแดนหน้าได้ดีหลายครั้ง ถึงจะมีโอกาสยิงไม่มาก แต่โดยรวมทำได้ดี

 อเล็กซิส ซานเชซ 8 มักจะทำผลงานได้ดีในรายการนี้ นัดนี้ก็เช่นกัน โขกประตูตีเสมอได้ ยังขยันวิ่งเหมือนเดิม มีประโยชน์กับทีมทั้งในเกมรับและเกมรุก

 ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

 มัตเตโอ ดาร์เมียน ลงมาแทนที่ บาเลนเซีย ไม่มีข้อผิดพลาดในเกมรับ

มาร์คัส แรชฟอร์ด จังหวะสวนกลับน่าทำได้ดีกว่านี้ ต้องเรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง

 มารูยาน เฟลไลนี ไม่มีคะแนน


สเปอร์ส 

มิเชล ฟอร์ม 6 สองลูกที่เสียไปแทบจะหมดสิทธิ์รับ มีเซฟลูกยิงป็อกบาได้ในครึ่งหลัง ออกบอลช้าบางครั้งทำให้โดนบีบจนจ่ายพลาด

คีแรน ทริปเปียร์ 7 ครึ่งแรกเล่นได้อย่างสุดยอด การเติมขึ้นเล่นเกมรุกทำได้ดีมากๆ มีจังหวะครอสบอลไปค่อนข้างเยอะ แต่ยังไม่ค่อยแม่นยำ

ดาวินซอน ซานเชซ 7 บอลยาวของเขานำมาซึ่งประตูช่วงต้นเกม ยืนแนวรับต่ำที่สุด และทำได้ค่อนข้างดี
แยน แฟร์ต็องเก้น 7 บล็อคลูกยิงได้สวยหลายครั้งในครึ่งแรก ชิงจังหวะกับลูกากูแล้วได้เปรียบหลายครั้ง โดนตักบอลข้ามหัวจนซานเชซโหม่งทำประตู

เบน เดวิส 4 เหม่อจนประกบซานเชซพลาดเสียประตูตีเสมอ บล็อคลูกยิงพลาดทำให้เอรเร์ร่าซัดประตูชัย สองประตูที่พลาดเสียประตูมาจากฝั่งของเขา 

เอริค ดายเออร์ 7 ประกบ ลินการ์ด จนเล่นไม่ออก เกือบทำประตูได้แต่โชคร้ายบอลชนเสา จังหวะสไลด์แย่งบอลจากแรชฟอร์ดช่วงท้ายเกมทำได้สุดยอด 

มูซ่า เด็มเบเล่ 5 เริ่มต้นเกมได้อย่างสุดยอด จ่ายบอลได้เปรียบหลายครั้ง แต่พอทำเสียบอลจนทำให้ทีมเสียประตู ความมั่นใจหดหายไปทั้งเกม

 ซน ฮึง-มิน 5 การวิ่งตัดหลังแนวรับยังเป็นอันตรายอยู่เสมอ โดดเด่นมากในช่วงครึ่งแรก แต่หลังจากโดนตีเสมอก็แทบจะเล่นไม่ออกเลย 

เดเล่ อัลลี่ 6 สอดขึ้นมาทำประตูช่วงต้นเกมได้สวย แต่หลังจากนั้นทั้งเกมแทบถูกลักพาตัวไปหายไปทั้งเกม แทบจะไม่มีโอกาสประสานงานแนวรุกเลย

คริสเตียน เอริคเซ่น 7 เปิดบอลได้สุดแม่นยำทำให้ทีมขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เป็นคนที่เล่นได้ดีที่สุดในแนวรุก มีโอกาสยิงไกลเกือบเป็นประตู

แฮร์รี่ เคน 4.5 ช่วงต้นเกมสามารถปั่นป่วนแนวรับผีได้ดี แต่หลังจากนั้นแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เพราะฟิล โจนส์ประกบตลอด มีโอกาสได้ซับไกแค่สองครั้ง

 ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ลูคัส มูร่า 6 ลงมาพยายามหาพื้นที่เชื่อเกมตลอด ยกระดับเกมรุกได้ แต่ยังไม่พอ

วิคเตอร์ วานยาม่า ไม่มีคะแนน

เอริค ลาเมล่า ไม่มีคะแนน

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ตัวตายตัวแทน ไมเคิ่ล คาร์ริค

www.sbobet898.com
เป็นที่ทราบกันดีว่าหลังจบฤดูกาล 2017-18 ไมเคิ่ล คาร์ริค ห้องเครื่องตัวเก๋าชาวอังกฤษ ของทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะประกาศแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในเดือนพฤษภาคมนี้ ทำให้ทีมต้องหาผู้เล่นมาทดแทนในตำแหน่งที่ขาดหายไป อย่างไรก็ตาม ยังมีเพชรเม็ดงามที่พร้อมจะมาทำหน้าที่ต่อและชายคนนั้นก็คือ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ นั่นเอง แม็คโทมิเนย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งเลือดสก็อต วัย 21 ปี พกพารูปร่างที่สูงใหญ่ถึง 193 ซม. พร้อมทักษะเกมรุกและรับที่เรียนรู้จากทีมชุดเยาวชน จนมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมเฮี้ยบ กองกลางลูกหม้อรายนี้อยู่กับทีมตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และกว่าเจ้าตัวจะขึ้นชุดใหญ่มาได้ เขาต้องพบกับความยากลำบากมากมาย
ในปี 2015 ตอนที่ยังเล่นในชุดยู-18 เจ้าตัวมีความสูงเพียงแค่ 167 ซม. เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นรองเพื่อนๆ ในทีมอย่างมาก และไม่ค่อยได้รับโอกาสในการลงเล่นสักเท่าไร จนตัดสินใจหันหลังให้กับการแย่งตำแหน่งในทีมเป็นการชั่วคราว เพื่ออัพส่วนสูงและรูปร่างของตัว และทำให้พวกเพื่อนๆ ในทีมถึงกับอึ้งไปเลย เพราะภายในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง จาก 167 ซม.กลายเป็น 193 ซม. จนทำให้เขาแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมได้อีกครั้ง และถูกเรียกติดทีมชุดยู-21 ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่ง มูรินโญ่ เรียกไปติดทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมกับ อาร์เซน่อล และ คริสตัล พาเลซ ในฤดูกาลนี้ แม็คโทมิเนย์ ได้รับความไว้วางใจจาก มูรินโญ่ เนื่องจากเจ้าตัวนั้นเป็นนักเตะที่ขยันและสามารถทำได้ตามแท็กติคของกุนซือ ซึ่งก็ไม่แปลกที่เจ้าหนูจากแดนวิสกี้จะสามารถเอาชนะใจเจ้านายได้อย่างไม่ยากนัก โดยในฤดูกาลนี้เขาลงเล่นไปแล้ว 24 นัดรวมทุกรายการ "คุณอาจจะไม่ได้เห็นเขาทำประตู เพราะผมไม่ได้สั่งให้เขาขึ้นไปทำประตู หน้าที่ของเขาไม่ใช่ตรงนั้น แต่สิ่งที่ผมให้เขาทำ เขาทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ถ้าเขายังเล่นได้อย่างมั่นใจ ผมคิดว่าในอนาคตเขาอาจจะยิงประตูให้คุณเห็นก็ได้นะ" มูรินโญ่ กล่าวถึงดาวเตะวัย 21 ปี
เคยมีแฟนบอลและกูรูต่างๆ วิเคราะห์ระหว่าง อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์ชาวสเปนของ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ แม็คโทมิเนย์ อยู่หลายครั้ง โดยรายแรกนั้นมีความขยันและความคล่องตัว แต่สิ่งที่ขาดไปคือรูปร่างของเขาที่ดูจะบอบบางและไม่สูงใหญ่ รวมถึงเรื่องวิสัยทัศน์การเล่น ซึ่งส่วนใหญ่แข้งชาวกระทิงไม่ค่อยเปลี่ยนบอลสั้นเป็นบอลยาวสักเท่าไร แต่เจ้าตัวมักจะคอยวิ่งเชื่อมเกม เคาะบอลสั้นๆ กับเพื่อน และคอยตัดเกมมากกว่าการวางบอลยาว
----------------------------------------------------------------
 📺สำหรับคนที่ไม่รู้จะไปดูที่ไหน มาที่เราเลย 👇คลิ๊กเลยจร้าา👇 http://www.sbobet898.com/watch/Live-CH7 
#ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะจ๊ะ
 !______________________! 
 สนับสนุนโดย 🎖 sbobet898 🏅 
👊 ชัดเจน เชื่อได้ทุกการลงทุน 👊 
🗣คลิกเลย>> https://line.me/R/ti/p/%40sbb898 
🗣สมัครใหม่ รับโบนัสสูงสุด 1000 บาท 
🗣สมัครสมาชิกใหม่ ขั้นต่ำแค่ 300 บาท
 🗣ฝากไม่มีขั้นต่ำตลอด 24 ชั่วโมง 
🗣สมาชิกเดิม รับโบนัสยอดฝากแรกของวัน 5% ทุกวัน 
🗣ฝาก - ถอน ง่ายไม่เกิน 5 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง
 🎰 www.sbobet898.com 
 📱 0932931680 สมัครสมาชิก 
LINE ID: @sbb898 (อย่าลืมไส่@นะจ๊ะ)

ดูบอลออนไลน์

ดูบอลออนไลน์   ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี ดูผ่านเน็ตฟรี ได้ที่นี่ สดทุกคู่ รองรับมือถือ เลือกรับชม ท่านสามารถรับชม ถ่ายทอ...